จัดตั้งบริษัทในประเทศไทยสำหรับนักลงทุนต่างชาติ

เริ่มต้นธุรกิจอย่างถูกต้อง มั่นใจ และวางโครงสร้างธุรกิจอย่างมืออาชีพ

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดอาเซียน แต่การเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทยไม่ได้มีเพียงการจดทะเบียนบริษัทเท่านั้น นักลงทุนยังต้องพิจารณาเรื่อง สัดส่วนการถือหุ้น กฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ภาษี บัญชี และใบอนุญาตทำงานสำหรับชาวต่างชาติ การวางโครงสร้างตั้งแต่เริ่มต้นอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่นในระยะยาว


1. นักลงทุนต่างชาติสามารถจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยได้หรือไม่?

สามารถทำได้ โดยนักลงทุนต่างชาติสามารถจัดตั้งบริษัทจำกัดในประเทศไทย และถือหุ้นในบริษัทได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ ต้องตรวจสอบประเภทของธุรกิจก่อนจดทะเบียน เพราะกิจการบางประเภทอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (Foreign Business Act: FBA) ซึ่งอาจกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับการถือหุ้นและการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ

โดยทั่วไป หากเป็นธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มกิจการที่จำกัดการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การถือหุ้นของคนไทยและคนต่างชาติอาจต้องเป็นไปตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด และในบางกรณีอาจสามารถถือหุ้นต่างชาติในสัดส่วนที่สูงขึ้นหรือ 100% ได้ หากได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เช่น Foreign Business License (FBL) หรืออยู่ภายใต้การส่งเสริมของ BOI

ข้อสำคัญ: ไม่ควรจัดโครงสร้างผู้ถือหุ้นโดยใช้บุคคลไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน (Nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของกฎหมาย เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงทางกฎหมายและกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต


2. ตรวจสอบประเภทธุรกิจก่อนจดทะเบียน

ก่อนจัดตั้งบริษัท นักลงทุนควรตรวจสอบว่า ธุรกิจที่ต้องการทำอยู่ในประเภทใดตามกฎหมายไทย

แต่ละธุรกิจอาจมีเงื่อนไขเรื่อง สัดส่วนการถือหุ้น ใบอนุญาต และทุนขั้นต่ำ แตกต่างกัน

ดังนั้น การวิเคราะห์ประเภทธุรกิจและโครงสร้างผู้ถือหุ้น ควรทำก่อนการจดทะเบียนบริษัท เพื่อหลีกเลี่ยงการแก้ไขโครงสร้างภายหลัง


3. ต่างชาติถือหุ้น 100% ได้หรือไม่?

คำตอบคือ บางธุรกิจสามารถถือหุ้นต่างชาติ 100% ได้ แต่ไม่ใช่ทุกธุรกิจ

กรณีที่ธุรกิจอยู่ในประเภทที่กฎหมายอนุญาต นักลงทุนต่างชาติอาจสามารถถือหุ้นทั้งหมดได้โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ถือหุ้นไทย

สำหรับธุรกิจที่อยู่ภายใต้ FBA อาจต้องขอ Foreign Business License (FBL) ก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ หรือในกรณีที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI อาจใช้สิทธิในการถือหุ้นต่างชาติและขอ Foreign Business Certificate (FBC) ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องได้

ดังนั้นจึงไม่ควรใช้หลักง่าย ๆ ว่า ต่างชาติถือได้ไม่เกิน 49% ทุกกรณี” เพราะข้อกำหนดขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


4. BOI ช่วยอะไรนักลงทุนต่างชาติได้บ้าง?

สำหรับธุรกิจที่มีคุณสมบัติตามกิจการที่ BOI ให้การส่งเสริม นักลงทุนอาจพิจารณายื่นขอ Investment Promotion จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกธุรกิจจะได้รับ BOI นักลงทุนควรตรวจสอบ ประเภทกิจการและเงื่อนไขของโครงการ ก่อนยื่นคำขอ


5.นักลงทุนต่างชาติควรเริ่มต้นอย่างไร?

การจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยให้ถูกต้อง ไม่ควรเริ่มจากการจดทะเบียนบริษัททันที แต่ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ธุรกิจและโครงสร้างการลงทุนก่อน

Business Activity → Foreign Ownership → FBA/FBL/BOI → Company Registration → Tax & Accounting → Visa & Work Permit

การวางแผนอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยให้นักลงทุนสามารถดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างมั่นใจ ลดปัญหาการแก้ไขโครงสร้างในภายหลัง และช่วยให้ธุรกิจพร้อมสำหรับการเติบโตในระยะยาว


บทความอื่นๆ